คืนหมาหอน : ก.ไกรศิรกานท์

นิยายสั้นเสียดสีสังคม (Satirize the Society) นิยายสั้นแนวเขย่าขวัญและระทึกขวัญ (Thriller)

โดย : ก.ไกรศิรกานท์
ลิขสิทธิ์ : Magic Time Media

แม่ของอธิปตายมาได้เกือบเดือนแล้ว…

นับตั้งแต่วันที่เผาศพแม่ อธิปก็ไม่เคยได้นอนหลับแบบเต็มตาอีกเลย สัญชาตญาณบางอย่างสั่งให้เขารู้สึกว่าแม่ยังไม่ได้จากเขาไปไหน

หากแต่ยังคงวนเวียนอยู่ภายในบ้านหลังนี้!

น้าอร — ผู้ซึ่งเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของแม่เคยออกปากชวนอธิปหลายครั้งแล้ว ว่าให้อธิปย้ายไปอยู่ด้วยกันกับน้าอรที่ ‘บ้านใหญ่’ หากแต่อธิปยังคงลังเล ด้วยเหตุผลสำคัญเพียงข้อเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ…เขาไม่อยากจะทิ้งบ้านของแม่ ทั้ง ๆ ที่ ‘บ้านใหญ่’ ของน้าอรกับบ้านของแม่ก็ตั้งอยู่ในเขตรั้วเดียวกันนี่เอง เขตรั้วที่กินอาณาบริเวณประมาณสองไร่เศษ ทว่าเขาก็ยังคงได้ยินเสียงน้าสาวของเขาบ่นให้ได้ยินอยู่เสมอว่า —

“โอ๊ย! ที่เท่าลูกแมวแคระดิ้นตาย จะเอาไปทำอะไรได้”

ที่ ‘บ้านใหญ่’ … น้าสาวของเขาอยู่กับสามีวัยสามสิบปลาย ๆ ทั้งสองมีลูกชายที่กำลังเรียนในระดับชั้น มอ.สามอยู่คนหนึ่ง ส่วนบ้านของอธิปอยู่กันสองคน คืออธิปกับแม่เท่านั้น เพราะนับตั้งแต่ที่ วันเฉลิม — พ่อแท้ ๆ ของเขาได้รับคำสั่งด่วนจาก ‘ท่าน’ …ให้รีบบึ่งเข้าไปหาในค่ำคืนนั้น พ่อก็ไม่เคยกลับมาที่บ้านให้อธิปกับแม่ได้เห็นหน้าอีกเลย!

จานชามที่ใช้ใส่อาหารรับประทานเสร็จเรียบร้อยแล้วทว่ายังไม่ได้ล้าง ก็ยังคงถูกปล่อยทิ้งให้นอนแช่อย่างซังกะตายอยู่ในอ่างสังกะสี ความจริงแล้วอธิปก็ยังไม่มีอารมณ์ที่จะลุกขึ้นมาล้างในตอนนี้หรอก ถ้าหากเขาจะไม่พยายามหาเหตุผลเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ตนเองว่าน้ำในอ่างสังกะสีตอนดึก ๆ มันอาจจะเย็นจนเกินไป

เสียงหมาหอนที่แว่วดังรับกันมาเป็นทอด ๆ จากทางป่าช้าท้ายหมู่บ้าน ทำให้อากาศที่เย็นอยู่แล้วในค่ำคืนนั้นกลับทวีความเย็นยะเยือกลงไปอีก … พวกมันหอนรับกันมาเป็นทอด ๆ จนกระทั่งถึงหน้าบ้านของอธิป

กลิ่นเหม็นเน่าของอะไรบางอย่างคล้ายกับกลิ่นของหนูตาย ค่อย ๆ โชยออกมาจากในห้องครัวตามทิศทางของลมกลางคืน … มันทำให้อธิปขนลุกซู่ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ลมรัตติกาลพัดแรงขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฟ้าคำรนคำรามในรัศมีไม่น่าจะเกินสิบกิโลเมตร แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าฝนจะตก กลิ่นเหม็นของเน่าอะไรบางอย่างที่ว่านั้นเริ่มส่งกลิ่นฉุนรุนแรงขึ้น คราวนี้อธิปแน่ใจว่ามันไม่ได้โชยมาจากในห้องครัว หากแต่มันพากันโบยบินเข้ามาทางหน้าต่างที่เขาเผลอเปิดทิ้งเอาไว้ … โดยมีลมรัตติกาลเหล่านั้นเป็นผู้นำทางเข้ามา

อธิปส่งสายตาลอดหน้าต่างออกไปทาง ‘บ้านใหญ่’ ของน้าสาว …ก็เห็นว่าในขณะนี้ ‘บ้านใหญ่’ ได้ดับไฟมืดหมดแล้วทั้งหลัง ให้ชวนรู้สึกวังเวงผิดไปจากปกติ ทั้ง ๆ ที่นาฬิกาตรงข้างฝายังบอกเวลาไม่ทันถึงสามทุ่มดีด้วยซ้ำ ความหวังของอธิปที่คิดจะไป ‘พึ่งพิง’ ทางใจจึงวูบดับลงไปโดยปริยาย

วูบหนึ่งของความคิดทำให้อธิปอดนึกถึงนายวันเฉลิมผู้เป็นพ่อบังเกิดเกล้าขึ้นมาไม่ได้ พ่อหายไปอย่างลึกลับเมื่อหกปีก่อน หลังจากที่ได้รับคำสั่งจาก ‘ท่าน’ ให้พ่อรีบเข้าไปหาในคืนเดือนดับที่หมาหอนระโหยห้อย

อธิปยังคงจำได้ว่าแม่เคยพาเขาออกไปตามหาพ่อที่คฤหาสน์หลังใหญ่ของ ‘ท่าน’ ซึ่งในวันนั้น… ผู้ชายชุดดำหน้าตายที่ยืนอยู่ข้างๆ ‘ท่าน’ ได้บอกกับเขาและแม่ว่าพ่อของเขาไม่ได้เดินทางมาที่นี่

อธิปเห็นแม่ร้องไห้ …

‘ท่าน’ ได้พาแม่เข้าไปในห้องรับแขกโดยให้อธิปยืนรออยู่ตรงบริเวณหน้าห้อง อธิปจำได้ว่าเขายืนรออยู่ตรงนั้นนานเกือบยี่สิบนาทีเห็นจะได้ กว่าที่แม่จะเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยใบหน้าที่ปราศจากซึ่งอารมณ์และความรู้สึก

แต่ที่อธิปสังเกตได้ก็คือ … แม่หยุดร้องไห้แล้ว