ห้องพักผู้ป่วย : อารัญ

นิยายสั้นสยองขวัญ (Horror/ Chiller)

โดย : อารัญ
ลิขสิทธิ์ : Magic Time Media

พิมมาลา หญิงสาวอายุ 26 ปี เดินออกมาจากห้องตรวจโรคด้วยความรู้สึกช็อคและสิ้นหวังไปในเวลาเดียวกันหลังจากหมอได้บอกผล CT Scan ของเธอ ซึ่งผลจากการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์นั้นได้บ่งบอกว่าเธอมีก้อนเนื้อขนาดใหญ่อยู่บริเวณสะบักไหล่ด้านขวา และที่แย่ไปกว่านั้นมันไม่ใช่ก้อนเนื้อธรรมดาแต่เป็นชิ้นเนื้อร้ายแรงอย่างมะเร็ง…

เธอมีอาชีพเป็นกราฟิกดีไซน์ในบริษัทที่กำลังเติบโตแห่งหนึ่ง และมีแม่ที่เธอต้องหาเลี้ยงปากท้อง ซึ่งแน่นอนว่าแม่แค่คนเดียวเงินเดือนจำนวน 25,000 ของเธอก็สามารถเลี้ยงได้สบายอยู่แล้ว อีกทั้งพิมมาลาและแม่ยังไร้ซึ่งหนี้สินใดๆ แต่เมื่อข่าวร้ายมาเยือนหญิงสาวก็เริ่มกลัว.. กลัวว่าเงินเดือนของเธออาจจะไม่พอกับค่าใช้จ่ายที่ต้องนำมาใช้รักษาโรคมะเร็ง แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะเข้ารับการรักษา เพราะเธอยังมีแม่ที่ต้องดูแลนั่นเอง

“ยานี้จะให้ 2 วันนะคะ ถ้ารู้สึกคลื่นไส้หรือจะอาเจียนบอกพยาบาลได้เลยนะคะ”

“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับด้วยความเข้าใจก่อนจะส่งยิ้มให้แก่พยาบาล

เธอแหงนหน้ามองขวดยาสีแดงที่ถูกติดไว้บริเวณเหนือหัวเตียงของเธอ อีกทั้งยังมีสายน้ำเกลือที่เชื่อมต่อจากขวดยามายังบริเวณท้องแขนของเธอด้วยเช่นกัน

“มาให้คีโมหรือจ๊ะหนู” เป็นเสียงเอ่ยถามจากป้าข้างเตียง

“ค่ะ วันนี้มาให้ยาวันแรก”

“เหงาหน่อยนะ มีเราแค่สองคน”

หญิงสาวยิ้มปนหัวเราะเล็กน้อย

“ก็ดูเงียบสงบดีนะคะ”

“มาอยู่กี่วันล่ะจ๊ะ”

“สองวันน่ะค่ะ ว่าแต่คุณป้าเป็นอะไรหรือคะ”

“ป้าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองจ้ะ อายุปูนนี้แล้วไม่รู้จะรักษาไปได้นานเท่าไหร่” ป้าข้างเตียงเริ่มพูดตัดพ้อกับเธอ

“ได้ยินว่าโรคนี้ต้องให้กำลังใจตัวเองมากๆ คุณป้ายังดูแข็งแรงอยู่เลย คงอยู่ได้อีกนานแน่ค่ะ”

“จ้ะ ป้าอยู่มานานเหงามากเลย มีหนูมาอยู่เป็นเพื่อนคงช่วยป้าคลายเหงาได้บ้าง”

พิมมาลาได้แต่ส่งยิ้มไปให้คุณป้าข้างเตียง นี่เป็นครั้งแรกของเธอที่ได้เข้ามาแอดมิทรักษาตัวในโรงพยาบาล ถึงแม้ในห้องที่เธออยู่จะมีทั้งคุณป้าข้างเตียงและพยาบาลอีก 2-3 คน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าห้องที่เธออยู่ทั้งดูอึมครึมและวังเวงอย่างบอกไม่ถูก

“ห้องดูน่ากลัวใช่ไหม ตอนป้ามาอยู่แรกๆ ก็กลัวเหมือนหนูนั่นแหละจ้ะ”

“น่ากลัวอยู่นะคะ แต่หนูไม่เชื่อเรื่องผี คืนนี้คงนอนสบายอยู่ล่ะค่ะ”

“อยากฟังเรื่องเล่าของห้องนี้ไหมจ๊ะ”

“ห้องนี้มีอะไรหรือคะ”

ถึงจะถามไปอย่างนั้น แต่ลึกๆ แล้วพิมมาลาก็ไม่ใช่คนที่เชื่อเรื่องผีสางอยู่ดี เพราะเธอไม่ใช่คนที่นับถือศาสนา แต่เชื่อในเรื่องของวิทยาศาสตร์มากกว่า

“หนูเห็นเตียงติดทางเข้าประตูไหมจ้ะ เตียงนั้นเคยมีคนมานอนและเสียไปเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว ทุกคนที่มานอนเตียงนั้นต่างก็เจอของดีตลอด บางทีว่ามีคนมาดึงขาหรือเขย่าเตียงบ้างล่ะ ยิ่งกว่านั้นบางคนถึงขั้นเห็นเงาคนมานั่งทับหน้าอก เดือดร้อนทั้งหมอทั้งพยาบาลกันไปหมด”

“จริงเหรอคะ”