ศาลเจ้าริมทาง : AMKG

นิยายสั้นสยองขวัญ (Horror/ Chiller)

โดย : AMKG
ลิขสิทธิ์ : Magic Time Media

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เจออะไรแปลกๆยามค่ำคืนอย่าทัก อย่าปากดี อย่าลองของ หลายๆคนคงเคยได้ยินคำกล่าวเหล่านี้กันมาบ้างแล้ว ฟังดูก็เหมือนกับเป็นความเชื่อของคนโบราณ ที่คนเฒ่าคนแก่พูดต่อกัน

แล้วนำมาสั่งสอนลูกหลานต่อๆกันมา แต่ใครจะรู้ได้ ว่าในยุคที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ยุคที่ใครๆอาจหลงลืมคำเหล่านี้ไป เพียงเพราะความสนุกหรืออารมณ์ชั่ววูบของเด็กสมัยใหม่ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้รู้ถึงคำที่กล่าวว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ !!!

ฉันชื่อพิม อายุสิบแปดปี เรียกได้ว่ากำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่นอย่างเต็มตัวเลยล่ะ ฉันเรียนอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาของโรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวเมืองของจังหวัด เป็นเด็กที่มีผลการเรียนในระดับกลางๆ เรียนๆเล่นๆไปตามประสาวัยรุ่นคนนึง ฉันมีกลุ่มเพื่อนที่สนิทๆกันที่พากันเที่ยวอยู่เสมอ และฉันยังกำลังคบหาดูใจอยู่กับเด็กหนุ่มคนนึงที่อยู่ต่างโรงเรียน ชื่อว่าติม โรงเรียนของเราสองคนอยู่ไม่ห่างกันมากนัก เราจึงได้เจอได้พากันไปเที่ยวเล่นในเวลาหลังเลิกเรียนอยู่เสมอ ทุกๆวันหลังเลิกเรียนต้นจะมารับฉันไปส่งที่บ้านทุกวัน บ้านของฉันอยู่ไกลจากในเมือง ห่างจากโรงเรียนไปเกือบยี่สิบกิโล และบ้านของติมอยู่โซนในเมือง แต่ก็ต้องเข้าหมู่บ้านไปลึกเช่นกัน แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของเราสักเท่าไหร่ เพราะทุกๆวันหลังเลิกเรียน ติมจะขับมอเตอร์ไซต์มารับฉัน และกลับพร้อมกันกับกลุ่มเพื่อนๆอีกประมาณสามสี่คน และมีมอเตอร์ไซต์อีกสองคันที่จะขับไปด้วยกันทุกวัน วันนี้ก็เหมือนดังเช่นทุกๆวัน เวลาบ่ายสามครึ่งฉันเลิกเรียนและเดินมายืนรอติมที่หน้าโรงเรียนเหมือนเช่นทุกวัน ไม่ถึงสิบนาทีรถมอเตอร์ไซต์คันเดิมที่คุ้นตาก็มาจอดอยู่ตรงหน้า พร้อมกับติมแฟนของฉันนั่นเอง

ฉันซ้อนมอเตอร์ไซต์ติมไป พร้อมกับกลุ่มเพื่อนอีกสองคันขับตามกันกลับบ้าน เราขับกันไปได้สักห้ากิโลรถของติมก็เริ่มกระตุกและดับลง

“รถเป็นอะไรหรอติม” ฉันถามติมด้วยความตกใจเล็กน้อย

“รถน่าจะน้ำมันหมดอ่ะพิม ทำยังไงกันดี ตรงนี้ก็ไม่มีปั๊มซะด้วย ต้องไปอีกตั้งไกลกว่าจะเจอปั๊ม” ติมตอบด้วยอาการสบถอารมณ์เสียเล็กน้อย เราสองคนจึงรีบกดแตรและโบกไม้โบกมือเรียกให้เพื่อนที่ขับนำไปก่อนหน้านี้วนกลับมาดูรถเรา เมื่อเพื่อนๆเห็นสัญญาณจากเราสองคนจึงได้วนรถกลับมาดู

“รถเป็นอะไร” เพื่อนหนึ่งในสี่คนถามขึ้นมาเมื่อขับรถมาจอดที่ข้างๆรถเรา

“รถน้ำมันหมดน่ะสิ เอายังไงดี” ติมตอบกลับเพื่อนๆไป

“เอาอย่างงี้ละกัน เดี๋ยวช่วยกับขับคู่ข้างๆกันและใช้เท้าถีบดันรถไป” เพื่อนหนึ่งในนั้นเสนอขึ้นมา

“แต่มันอีกไกลเลยนะกว่าจะถึงปั๊ม มีปั๊มอีกทีก็เกือบถึงบ้านพิมเลยนั่นแหละ” ต้นตอบ

“แล้วพวกเราจะดันรถมันไปถึงปั๊มแล้วขับกลับมาทางบ้านพวกเราอีกก็หลายสิบโลเลยนะ” เพื่อนอีกคนพูดขึ้นมา ทำให้ทุกคนเริ่มครุ่นคิด