สโรชาหุบดอก :พลัชพา

นิยายสั้นย้อนยุค ฉากสมัยโบราณ อิงประวัติศาสตร์ (Historical/ History)

โดย : พลัชพา
ลิขสิทธิ์ : Magic Time Media

นครเล็กๆซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาอันอุดมสมบูรณ์นามว่าเชียงตะวัน บัดนี้เจ้าผู้ครองนครกำลังเดินวนไปมาอยู่ด้านหน้าห้องของเจ้านางตองบัว..พระชายาผู้ซึ่งกำลังจะให้กำเนิดทายาท เป็นเวลากว่าห้าปีที่เจ้าธรรมทัตรอคอยให้พระชายาตั้งท้องนี้ขึ้น

เสียงเด็กที่ร้องระงมออกมาจากภายในห้องทำให้เจ้าธรรมทัตรู้สึกใจเต้นระรัว เขาเดินวนไปวนมาบริเวณหน้าห้อง เสียงเด็กร้องดังขึ้นมาหลังจากนั้นไม่นากนักทำให้เจ้าธรรมทัตแทบจะพุ่งตัวเข้าไปในห้องแต่ทว่าหลังจากนั้นไม่ถึงสามนาทีเสียงเด็กร้องอีกเสียงก็ดังตามมา

“เป็นธิดาแฝดเพคะ” นางรับใช้คนหนึ่งเดินออกมาเอ่ยกับเขา เจ้าธรรมทัตรู้สึกหัวใจลิ่วโลด…เขาได้บุตรถึงสองคนในคราเดียว นับเป็นโชคดีเสียเหลือเกิน

เขาเดินเข้าไปในห้องของพระชายาทันทีหลังจากทราบข่าวว่าตนนั้นได้ธิดาแฝด ในห้องตอนนี้เต็มไปด้วยหมอหลวงและนางรับใช้กำลังช่วยกันดูแลทั้งเจ้านางตองบัวและพระธิดาทั้งสองที่เพิ่งจะถือกำเนิดขึ้นมา หน้าตาของบุตรทั้งสองดูคล้ายกันราวกับเป็นคนคนเดียวกันแม้จะยังหลับตาอยู่ เจ้าธรรมทัตเดินมาดูธิดาของตนใกล้ๆก่อนจะคิดชื่อให้แก่ทั้งสอง คราวแรกเขาคิดไว้เพียงอย่างละชื่อสำหรับชายและหญิงเพราะไม่รู้ว่าตนจะได้โอรสหรือธิดา แต่ในเมื่อเจ้านางตองบัวคลอดธิดาออกมาถึงสองคนเช่นนี้ก็ทำให้เขาต้องคิดอีกชื่อซึ่งคล้องจองกับ ‘บัวชมพู’ ที่คิดไว้ก่อนหน้า จนในที่สุดก็ได้ชื่อ ‘บัวบูชา’ มาตั้งให้กับธิดาอีกคน

ให้หลังในอีกห้าวันเจ้าธรรมทัตก็โปรดให้โหรหลวงมาทำนายดวงชะตาของพระธิดาฝาแฝด แต่คำทำนายของโหรช่างทำให้เจ้าเมืองเชียงตะวันกริ้วไม่น้อยเมื่อโหรหลวงทำนายว่าเมื่อเติบโตขึ้นไปในภายภาคหน้า ธิดาทั้งสองจะฆ่ากันเองและมีหนึ่งคนจะต้องจบชีวิตลง เจ้าธรรมทัตไม่สนใจคำทำนาย เขาพยายามเลี้ยงดูธิดาทั้งสองให้เติบใหญ่มาคู่กันและสั่งสอนให้รักกันอยู่เสมอ โดยเจ้าเมืองเชียงตะวันมักจะบอกกับเจ้าหญิงแฝดคนโตอย่างเจ้าบัวชมพูว่าให้รู้จักเสียสละให้เจ้าบัวบูชาซึ่งเป็นน้อง  ซึ่งเจ้าเมืองเชียงตะวันมีความเชื่อว่าหากพี่เสียสละให้น้อง ผู้เป็นน้องจะรักผู้เป็นพี่และผู้เป็นพี่ก็จะรู้จักแบ่งปันให้น้อง

แต่เจ้าธรรมทัตคงจะไม่รู้ตัวว่าการให้ผู้เป็นพี่ต้องเสียสละให้น้องเพียงอย่างเดียวนั้นได้สร้างบาดแผลในใจให้ธิดาหนึ่งคนและได้สร้างนิสัยที่ไม่ดีนักให้กับธิดาอีกคน
.
.
.

สิบแปดปีผ่านไป… เจ้าบัวชมพูและเจ้าบัวบูชาเติบโตขึ้นมาเป็นหญิงที่งดงามยากจะหาใครเปรียบ ทั้งผิวพรรณที่เนียนละเอียด ใบหน้าได้รูปรับกับจมูก ดวงตา และริมฝีปาก เจ้าหญิงทั้งสองแห่งเชียงตะวันมีใบหน้าคล้ายกันเสียจนบางทีเจ้าธรรมทัตและเจ้านางตองบัวยังเอ่ยเรียกผิดคน

เจ้าบัวชมพูและเจ้าบัวบูชาเดินเข้ามาภายในห้องโถงขนาดใหญ่ของวังเชียงตะวัน…วันนี้หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จสิ้น เจ้าธรรมทัตก็ได้เรียกให้ธิดาทั้งสองไปพบ

“มีอะไรหรือเพคะเจ้าพ่อ” เจ้าบัวบูชาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส ด้วยความเป็นน้องทำให้เธอมีนิสัยที่ขี้อ้อนมากกว่าเจ้าบัวชมพูซึ่งเป็นพี่

“มากันพอดีเลย พ่อมีของจะให้น่ะ” เจ้าธรรมทัตเอ่ย เจ้าบัวชมพูเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆเจ้านางตองบัวผู้เป็นแม่โดยที่เจ้าบัวบูชาไปนั่งอีกฝั่ง คนรับใช้ชายซึ่งใกล้ชิดกับเจ้าเมืองเชียงตะวันยื่นกล่องเล็กๆใบหนึ่งให้กับเจ้าธรรมทัตก่อนที่เจ้าธรรมทัตจะเปิดออก

ภายในกล่องนั้นเป็นแหวนเล็กๆวงหนึ่งทว่างดงามมาก เจ้าบัวชมพูมองดูด้วยความชื่นชมในขณะที่เจ้าบัวบูชานั้นถึงกับอุทานออกมา

“แหวนนี่สวยจังค่ะ” เจ้าบัวบูชาเอ่ยกับเจ้าพ่อ

“ลูกชอบไหม” เจ้าธรรมทัตเอ่ยถาม

“ชอบเพคะ”

“นี่เป็นแหวนที่พ่อสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อมอบให้กับเจ้าแม่ของลูกตอนที่บอกรักแม่ของลูกครั้งแรกน่ะ” เจ้าพ่อของเจ้าหญิงแฝดเอ่ยเล่า “พ่อคิดว่าถึงเวลาแล่วที่จะมอบให้ใครสักคนในพวกลูก”

“ลูกอยากได้เพคะ” เจ้าบัวบูชาเอ่ยในทันที

“บัวชมพูว่าอย่างไรลูก” เจ้านางตองบัวเอ่ยถามธิดาอีกคน

“คือลูก…”

“เจ้าพ่อเจ้าแม่บอกว่าเป็นพี่ต้องเสียสละให้น้องนี่เพคะ” เจ้าบัวบูชาว่า “เพราะฉะนั้นเจ้าพี่คงจะเสียสละให้น้องอยู่แล้วใช่ไหมคะ”

“งั้นพ่อให้บัวบูชานะลูก” เจ้าธรรมทัตเอ่ยเมื่อเห็นว่าเจ้าบัวชมพูไม่พูดอะไรต่อ บัวชมพูทำเพียงแค่ยิ้มรับเบาๆในขณะที่บัวบูชายิ่มร่าออกมา

“ขอบพระทัยเพคะเจ้าพ่อ” เจ้าบัวบูชาเอ่ยพลางเดินไปรับแหวนมา เป็นแหวนที่สวยงามมากในความคิดของบัวบูชา ตัวเพชรแม้จะไม่ใหญ่มากแต่รูปทรงของแหวนมันช่างสวยปราณีตเสียเหลือเกิน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *