ลบ! บัญชีแค้น : ตรีเนตร

นิยายสั้นแนวชีวิต ดราม่า (Drama)

โดย : ตรีเนตร
ลิขสิทธิ์ : Magic Time Media

วิเชียรรู้สึกถึงความอ่อนเพลีเมื่อยล้า เจ็บปวด ครั่นเนื้อครั่นตัว มือสั่น มือสั่นขาสั่น ไม่มีเรี่ยวแรง ขณะที่เขาสาวพวงพางมาลัยสิบล้อคันโตที่บรรทุกสินค้ามาเต็มกระบะหลังเขาเลี้ยวรถเข้าไปในบริเวณปั๊มน้ำมันข้างถนนที่เขาคุ้นเคยดี นับตั้งแต่เมื่อต้นปีที่เขาอายุย่างเข้าสามสิบเจ็ดปี วิเชียรรู้สึกตัวว่าสังขารร่วงโรยถดถอยไป ไม่เหมือนกับเมื่อสิบปีก่อนที่ผ่านมา ช่วงนั้นเขาขับไปทั่วประเทศไทยก็ว่าได้ หลังจากที่ขับรถเสร็จเขายังมีเรี่ยวแรงไปดื่มเหล้ากับเพื่อน ๆ ต่อได้อีกยาว  บางครั้งก็เที่ยวกันต่อยันสว่าง เช้าก็เข้าทำงานที่หนักหน่วงต่อไปอีกร่างกายก็ยังไหว

แต่เดี๋ยวนี้ร่างกายของเขาไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว วิเชียรรู้ดีว่าเขากลายมาเป็นคนที่เหนื่อยง่าย ความจำไม่ค่อยดี สายตาและประสาทสั่งงานเชื่องช้าลงทุกขณะ บางครั้งถึงกับเบลอเลอะเลือนแต่ว่างานที่เขาทำกลับไม่ลดน้อยถอยลงแม้แต่นิด เขาขับรถออกจากบ้านตั้งแต่ตีสามถึงย่านรองเมืองก็เกือบสิบเอ็ดโมงเช้า แล้วนี่ก็เกือบจะห้าโมงเย็นเข้าไปแล้ว เขาก็ยังไม่มีเวลาที่จะพักผ่อนเป็นเรื่องเป็นราวเสียที

หนุ่มใหญ่วัยสามสิบเจ็ดปีย้ำเบรกปลดเกียร์ว่างก่อนที่จะหันมาทำสัญญาณมือกับเด็กปั๊มที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอย่างดี เพียงไม่กี่อึดใจเด็กปั๊มคนนั้นก็หยิบ “ของ” สิ่งหนึ่งส่งไปให้เขาพร้อมกับรับเงินจากเขาไปหนึ่งร้อยบาท ซึ่งของสิ่งนั้นก็ไม่ใช่อื่นใดมันคือ “ยาเม็ดเล็ก” ที่อาศัยชื่อของสัตว์ชนิดหนึ่งมาใช้เรียกแต่ต่อมาก็มีการเปลี่ยนชื่อมันเสียเพราะถ้าหากใครได้กินมันแล้วอาการก็เปลี่ยนจากคนดี ๆ ก็มีอาการไม่ปกติจึงเปลี่ยนชื่อมันเป็นตามอาการของคน”บ้า” แต่ถึงอย่างนั้นวิเชียรก็ยังกินมันอยู่เป็นประจำ ซึ่งมันเกิดขึ้นเพราะการแนะนำของนายจ้างของเขาเองนั่นแหละ หลายปีที่ผ่านมาเขาต้องอาศัยสิ่งนี้มาโดยตลอด โดยเจ้านายของเขามักจะบอกว่า เจ้ายาชนิดนี้มันจะช่วยให้เขาหายปวดเมื่อยได้และเขาก็เห็นด้วยตัวเองว่ามันเป็นจริงทุกครั้งที่เขากลืนยาผ่านลำคอลงไป มันจึงทำให้เขาขาดยาชนิดนี้ไม่เคยได้สักครั้ง  แม้ครั้งนี้ก็เช่นกัน วิเชียรโยนยาเม็ดเล็กเข้าไปในปาก พร้อมกับเหล้าที่เตรียมไว้กรอกตามลงไปเพื่อให้ยาออกฤทธิ์เร็วยิ่งขึ้น เสร็จแล้วเขาก็โยกคันเกียร์เคลื่อนเจ้ายักษ์ออกสู่ถนนมุ่งหน้าสู่เพชรบูรณ์อย่างคึกคัก

ตีหนึ่งของคืนนั้น…วิเชียรกลับถึงบ้านที่อยู่ห่างจากตัวเมืองเกือบยี่สิบกิโลเมตรอย่างทุลักทุเล เพราะเขาต้องเดินบ้างวิ่งด้วยเท้าเปล่า เขาไม่กล้าที่จะเดินแม้แต่ตามถนนหรือที่ ๆ มีแสงสว่าง ด้วยซ้ำไป สาเหตุนะหรือ ก็เกิดจากเมื่อก่อนนั้นเมื่อตอนก่อนสามทุ่มเพียงเล็กน้อย รถบรรทุกขนาดยักษ์ที่เขาขับฮ้อมาด้วยฤทธิ์ยาบ้า ได้ฮ้อตะบึงพุ่งเข้าชนแม่ลูกคู่หนึ่งตายอย่างน่าอนาถ ก่อนเข้าถึงเขตชุมชนในตัวเมืองไม่มากนัก และเขาก็ไม่ได้หยุดรถลงมาดูเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเขารู้ดีว่าสองคนนั้นไม่มีทางรอดแน่ ๆ  ด้วยพลังการบดขยี้ของเจ้าสิบล้อของเขา ทันทีที่การชนสิ้นสุดลงวิเชียรกลับบึ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต และครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาขับรถชนคนตาย!

วิเชียรลากสังขารที่อ่อนล้ากระปลกกระเปลี้ยเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบไคลฝุ่นดิน ปีนขึ้นไปนอนหงายหายใจหอบอยู่บนชานหน้าบ้าน แล้วเขาก็เหลือบไปเห็นหน้าหญิงชราวัยหกสิบกว่า ๆ ผู้เป็นมารดาที่กำลังนั่งซึมเหงาอยู่กลางโถงของบ้าน

“แม่ ยังไม่นอนอีกเหรอ? มานั่งยู่ทำไมดึกป่านนี้”

วิเชียรถามด้วยน้ำเสียงที่ครางแคลงใจ

สตรีสูงวัยหันมามองลูกชายด้วยสีหน้าและแววตาที่หม่นหมอง