คืนนี้ปิดหมด! “มท.1” สั่งปิด “สถานบริการ ผับ-บาร์” ทั่วประเทศ 14 วัน

ข่าวล่าสุดวันนี้

ตั้งแต่วันนี้ทุกจังหวัดจะปิดสถานบริการผับบาร์ทั้งหมดทั่วประเทศ14วัน
วันนี้ (20 มีนาคม พ.ศ. 2563)ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งการบัญชาการสถานการณ์เกี่ยวกับการป้องกันถ้าระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า

ทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ได้สั่งการไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคมใกล้ชิด รวมถึงสั่งการให้สถานบันเทิง สถานบริการ สนามมวย ใน กทม.ปิดเวลา 14 วัน สำหรับต่างจังหวัดให้คณะกรรมการจังหวัดที่มี ผวจ.เป็นประธาน เป็นผู้พิจารณาปิดหรือไม่ปิดสถานที่ ยกตัวอย่าง จ.พิษณุโลก คณะกรรมการแจ้งว่ายังไม่พบการแพร่ระบาด

ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยสั่งการไปถึงทุกจังหวัดตามข้อพิจารณาเรื่องการปิดผับและสถานบันเทิงไปพิจารณาให้ถี่ถ้วนและคาดว่านับตั้งแต่วันนี้ทุกจังหวัดจะปิดสถานบริการผับบาร์ทั้งหมดทั่วประเทศ14วัน

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศไปแล้ว มี 68 ด่านชายแดน ท่าเรือ ท่าอากาศยาน ขาดเพียงด่านชายแดนถาวร 5 แห่ง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะไปพิจารณาประกาศปิดเพิ่ม รวมทั้งหมดเป็น 73 แห่ง นอกจากนั้นได้ปิดจุดผ่อนปรน 51 แห่ง สำหรับจุดผ่านแดนถาวรจะพิจารณาเท่าที่จำเป็นต่อการสัญจรระหว่างแดนเหลือจังหวัดละหนึ่งแห่ง หรือถ้ามีความจำเป็นผู้ว่าราชการสามารถสั่งปิดได้ทั้งหมด

ส่วนจังหวัดเชียงรายที่มีพรมแดนติดกับ 3 ประเทศ จะยกให้เป็นกรณีพิเศษ สำหรับมาตรการที่จะดำเนินการกับผู้ผ่านเข้าออกต้องพิจารณาอย่างรัดกุมทั้งกับคนไทยและชาวต่างชาติ ที่มาจาก 4 ประเทศกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งบุคคลมาจากประเทศที่มีการระบาดต่อเนื่องจำนวน 11 ประเทศ ต้องกักตัว14 วัน ซึ่งกำชับให้ทุกจังหวัดดำเนินการอย่างรัดกุม

เมื่อถามว่า จะขอร่วมมือประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการ โดยเฉพาะในจุดที่มีการตั้งศูนย์ระดับอำเภอ อย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า

ส่วนนี้คงหมายรวมถึงทั้งประเทศ จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ทำตามมาตรที่เจ้าหน้าที่กำหนด เช่น หากใครไปในพื้นที่เสี่ยง มาต้องกักตัวเองในที่พัก หากทุกคนช่วยกันจะลดการระบาดของโรคได้

เราเน้นย้ำทุกพื้นที่ทั่วประเทศติดตามผู้ที่เข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ถ้ากำหนดพื้นที่ได้จะดูแลในพื้นที่ต่างๆ เหล่านี้ได้ หากพบการแพร่ระบาดมากอาจจะมีมาตรการพิเศษในพื้นที่นั้นๆ

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนอย่างไรในการรับมือสถานการณ์ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า

หากประชาชนทำตามที่กระทรวงสาธารณสุขแจ้งไว้ และร่วมมือช่วยกัน เช่น คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ใน กทม.และปริมณฑล ก็ไม่ควรเดินทางไปต่างจังหวัด ถ้าช่วยกันมั่นใจว่าจะควบคุมได้ และคนในต่างจังหวัดต้องป้องกันอย่างรัดกุม ไม่มีที่ไหนทำสำเร็จถ้าประชาชนไม่ร่วมกัน หากจะรอแต่รัฐมาตรวจแล้วจับไปรักษาอย่างเดียวไม่ได้ เพราะคนที่จะพาเชื้อโรคไปได้คือประชาชน ถ้าลดโอกาสนำพาเชื้อ แพทย์จะดูแลคนเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่แค่ถามว่ารัฐพร้อมแค่ไหน อยากให้เหตุการณ์สงบต้องร่วมกัน