เทคนิคเขียนนิยายให้จบได้ใน 20 ขั้นตอน

สาระเพื่อนักเขียน

สำหรับนักเขียนมือใหม่ที่มีความคิด แรงบันดาลใจ และความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยมแต่ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นเขียนอย่างไร รับรองว่าถ้าหากคุณได้อ่านบทความนี้จนจบ คุณจะไม่เสียเวลาที่จะเริ่มต้นอย่างแน่นอน แต่การทำงานทุกอย่างนั้นก็ไม่ได้มีสูตรตายตัวเสมอไป เราเพียงนำเสนอ 20 ขั้นตอนที่คุณสามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ได้ก็เท่านั้นเอง

“ จงเชื่อในสัญชาตญาณและความรู้สึกของตนเอง” และมาลงมือเขียนกันเลยดีกว่า

  1. เลือกหัวข้อว่าจะเขียนอะไรและแนวไหนดี

สิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกสนุกและมีความสุขกับการเขียนนั่นก็คือเลือกเขียนในสิ่งที่คุณรักและมีความสนใจให้กับสิ่งนั้นเป็นพิเศษ แต่หากคุณคิดที่จะเขียนเพื่อการตลาดด้วยนั้นก็ควรคำนึงถึงเนื้อเรื่องที่มีจุดขายชัดเจน สดใหม่ และเข้าถึงคนอ่านได้ง่าย เนื้อเรื่องที่แม้กระทั่งตัวคุณเองในอนาคตก็ยังรู้สึกสนุกไปกับการอ่าน

  1. เริ่มต้นจากความคิดและจินตนาการเล็กๆของคุณเอง

สิ่งที่ยิ่งใหญ่ทุกอย่างย่อมมีรากฐานมาจากจุดเล็กๆด้วยกันทั้งนั้น เพียงเริ่มต้นจากความคิดและจินตนาการเล็กๆของคุณเอง นำมาถ่ายทอดต่อยอดออกมาเป็นเรื่องราวที่มีความน่าสนใจและแรงดึงดูดให้รู้สึกสนุกไปกับการอ่าน ที่แม้กระทั่งคุณเองยังรู้สึกสนุกและอยากติดตามต่อไปเรื่อยๆจนห้ามใจไม่ไหวที่จะเรียบเรียงถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานชิ้นเอก

  1. วางตัวละครและเพิ่มเสน่ห์ให้กับบทบาท

หากได้เรื่องราวที่คุณสนใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาลองวางตัวละครต่างๆลงไปกันดีกว่า

โดยการเริ่มจากการใส่เอกลักษณ์และจุดเด่นของตัวละคร ลำดับเหตุการณ์ต่างๆ อุปสรรคในเรื่องราว รวมไปถึงวิธีรับมือและแก้ปัญหาต่างๆตามบทบาทของตัวละคร และมาลองทบทวนกันดูว่าเหตุการณ์ต่างๆนี้สามารถดึงดูดความสนใจได้มากเพียงพอไหมสำหรับคุณ หากไม่แล้วนั้นคุณจะเพิ่มเติมอย่างไรให้ตัวละครเหล่านี้ดึงดูดความสนใจให้ผู้อ่านประทับใจจนหยุดอ่านไม่ได้กันเลยทีเดียว

  1. เหตุการณ์ สถานที่ และเวลา

เหตุการณ์ต่างๆคือสิ่งที่ทำให้เนื้อเรื่องและตัวละครดำเนินต่อไป และคุณเองนั่นแหละที่จะเป็นคนกำหนดเหตุการณ์ของตัวละครให้เกิดขึ้นที่ไหนและจะต้องเผชิญหน้ากับอะไร จำไว้ว่าควรเลือกสถานที่และเวลาให้เหมาะสมกับเหตุการณ์และเข้ากันได้ดีกับตัวละครเพื่อส่งเสริมเรื่องราวและบทบาทให้กับตัวละคร และสร้างความดึงดูดใจให้ผู้อ่านคล้อยตามไปในสถานการณ์นั้นๆได้ดีอีกด้วย

  1. ถ่ายทอดเค้าโครงเรื่องออกมา

หลังจากที่คุณคิดเรื่องราวต่างๆมาพอสมควรแล้ว เรามาลองสร้างเหตุการณ์สำคัญที่คุณจะให้เกิดขึ้นในเรื่อง อย่างน้อยๆสัก 4-5 เหตุการณ์ หากจะมากหรือน้อยกว่านั้นก็ขึ้นอยู่กับเรื่องราวของคุณ และลองเขียนออกมาตามความรู้สึกของคุณเพื่อที่จะได้รู้คร่าวๆว่า ต้นเรื่อง ตอนกลาง และตอนจบของคุณนั้นจะไปในทิศทางไหน

แต่อย่าลืมว่าการทำงานทุกอย่างไม่มีสูตรตายตัว คุณสามารถเพิ่มเติมและตัดทอนระหว่างทางที่คุณเขียนก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเช่นกัน

  1. คำนึงถึงความเข้ากันได้ขององค์ประกอบต่างๆ

ตัวละคร เหตุการณ์ สถานที่และเวลา หรือสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้น ตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งว่าทุกอย่างมันมีแรงดึงดูดในตัวเองและความน่าสนใจมากพอที่จะให้คุณดำเนินเรื่องต่อไปหรือเปล่า หากคุณเขียนเพื่อการตลาดและเงินด้วยนั้นควรพิจารณาให้แน่ใจว่าเรื่องราวของคุณดึงดูดความสนใจและเป็นที่ต้องการของตลาด ไม่อย่างนั้นแล้วคุณอาจจะต้องหยุดและกลับไปเริ่มต้นที่ข้อแรกใหม่เลยก็ได้

  1. เริ่มเขียนออกมาและค้นคว้าเพิ่มเติม

เมื่อคุณตัดสินใจมาเป็นอย่างดีแล้วก็มาลงมือเขียนทุกอย่างที่อยู่ในหัวของคุณออกมากันเลยดีกว่า เริ่มเขียนทุกอย่างที่คุณคิดไว้ออกมาทั้งหมดโดยไม่ต้องกังวลและสนใจในเรื่องความสวยงามของภาษาเพราะตอนนี้คุณกำลังถ่ายทอดและดึงทุกอย่างออกมาเพื่อสื่อสารและทำความเข้าใจกับตัวคุณเองเท่านั้น ทั้งนี้ยังเพื่อตรวจเช็คว่าเรื่องราวนี้ยังขาดอะไรและหากมีจุดไหนที่คุณเองยังไม่เข้าใจแต่อยากที่จะนำเสนอออกมาก็ลงมือค้นคว้าเพิ่มเติมให้เรียบร้อย

  1. วางเค้าโครงเรื่อง

เมื่อคุณได้เขียนสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาทั้งหมดแล้ว ลองเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ต่างๆตามความสนใจ ตามเหตุและผล เพิ่มเติมหรือลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปเพื่อให้เหตุการณ์เข้มข้นน่าติดตามมากยิ่งขึ้น

  1. พักและให้เวลากับตัวเอง

หลังจากถ่ายทอดทุกอย่างออกมาแล้ว ลองถอยออกมาพักจากสิ่งที่คุณเขียนอย่างน้อยสักสัปดาห์แล้วลองกลับมาอ่านทบทวนทุกอย่าง จากนั้นแล้วลองถามตัวเองว่าเรื่องราวเหล่านี้ยังคงสร้างความดึงดูดใจให้คุณมากพอหรือเปล่า ? ถ้าคุณคิดว่า ใช่ งั้นเราไปลุยกันต่อเลยดีกว่า

  1. ลงมือเขียน เขียน และก็เขียน อย่าหยุดจนกว่าจะจบ

หากนี่คืองานเขียนชิ้นแรกของคุณ แนะนำว่าคุณควรจะเขียนให้จบในรวดเดียวเลย หากในระหว่างทางที่คุณเขียนอาจมีความคิดเพิ่มเติมใหม่ๆหลั่งไหลเข้ามาในความคิดคุณที่อยากจะเสริมเข้าไป หากไม่ทำให้เค้าโครงเรื่องหลักเสียหายก็สามารถเพิ่มเติมลงไปได้ แต่อย่าไปเสียเวลาทบทวนหรือแก้ไขในจุดเดิมๆขณะที่คุณเขียนเพราะมันจะทำให้คุณไข้เขว เสียความมั่นใจ และเสียเวลานั่นเอง

  1. เมื่อทุกอย่างจบแล้ว

วางดินสอ ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ หันหลังออกมาและทิ้งทุกอย่างให้ห่างจากตัวคุณซะ และออกไปผ่อนคลายลืมทุกอย่างที่คุณได้เขียนไปให้หมด อย่างน้อยๆก็สัก 2 สัปดาห์หรือก็ขึ้นอยู่กับคุณเองนั่นแหละแล้วค่อยกลับมาลุยกันต่อ

  1. ตรวจทานและแก้ไข

หากคุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว เปิดสิ่งที่คุณเขียนขึ้นมาและพิมพ์ทุกอย่างออกมาในกระดาษ เว้นพื้นที่และระยะห่างให้มากพอที่คุณจะสามารถเขียนแทรกเพิ่มเติมได้และเตรียมปากกาอย่างน้อยสัก 2 สีเพื่อเขียนแก้ไข จากนั้นมาเริ่มอ่านตรวจทานกันไปทีละบทเลยดีกว่า หากคุณพบเหตุการณ์บางตอนที่ไม่สอดคล้องกับเนื้อเรื่องหรือทำให้เรื่องราวดูน่าเบื่อเกินไปก็อย่าลืมทำสัญลักษณ์เอาไว้ แต่อย่าพึ่งใจร้อนแก้ไขจนกว่าจะอ่านจนจบละ

  1. อ่านทบทวนอีกครั้ง

ในการอ่านอีกครั้งนี้คุณสามารถตัดสินใจตัดฉากหรือเหตุการณ์ที่ไม่ได้ส่งเสริมให้เรื่องราวเกิดความน่าสนใจทิ้งไปซะ หรือบางตอนที่สามารถขัดเกลาเพิ่มเติมความน่าสนใจเข้าไปได้คุณก็สามารถเขียนไอเดียเพิ่มเติมเข้าไปได้เช่นกัน

  1. เพิ่มในส่วนที่ต้องขัดเกลา

หลังจากที่ได้ตัดบางอย่างทิ้งไป และมีไอเดียใหม่ๆเพิ่มเข้ามาให้คุณเริ่มเรียบเรียงหาข้อมูลเพิ่มเติมและสอดแทรกเข้าไปเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเรื่องราวของคุณมากยิ่งขึ้น

  1. อ่าน อ่าน และอ่านอีกครั้ง

ครั้งนี้หลังจากี่คุณได้เพิ่มเติมบางส่วนเข้ามาและโยบางส่วนทิ้งไปแล้วนั้น ให้คุณเริ่มอ่านทบทวนอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้คุณอาจจะหาใครที่คุณเชื่อใจมาร่วมอ่านกับคุณเพื่อแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นของเขาเพื่อเป็นประโยชน์กับการเขียนของคุณนั่นเอง

  1. แก้ไขและขัดเกลาใหม่ อีกครั้ง

หากครั้งที่แล้วคุณยังไม่พึงพอใจถึงที่สุดนั้น คุณก็สามารถอ่าน อ่าน และอ่านทบทวนอีกครั้ง จะเพิ่มหรือลดทอนก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณเลยเพราะแน่นอนว่านี่คือเรื่องราวของคุณ

  1. หมดจุดที่จะเขียนใหม่

อ่าน ทบทวน ลดทอน เพิ่มเติมและแก้ไข จนกว่าคุณจะพอใจ จนอ่านแล้วอ่านอีกก็ไม่มีตรงไหนต้องเพิ่มเติมอีกแล้ว นั่นแปลว่าคุณใกล้จะสำเร็จแล้วละ

  1. เขียนคำว่า จบ

หากทุกอย่างพอใจสำหรับคุณแล้วให้เขียนคำว่า จบ ไว้ในบรรทัดสุดท้าย เพื่อบอกกับตัวเองว่าถึงเวลาที่คุณจะพอได้แล้ว

  1. ผ่อนคลายกันเสียหน่อย

ถอยออกมาอีกครั้งและพักผ่อนเสียหน่อยก่อนที่จะกลับไปส่งต้นฉบับให้ทางสำนักพิมพ์ หรือทำเป็นหนังสือทำมือมอบให้กับคนที่คุณรัก และยิ่งในโลกออนไลน์ทุกวันนี้หากคุณต้องการที่จะเผยแพร่ผลงานก็สามารถทำเป็น E-book และเผยแพร่ใน Website ได้ง่ายๆอีกด้วย

20.หากคุณยังสนุกกับทุกอย่างที่ทำมา
ก็จงกลับไปเริ่มต้นเขียนใหม่อีกครั้งได้เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *