สอบวินัยร้ายแรง ร.ต.อ.เมาแอ๋เข้าเวรบนโรงพัก “ลวนลาม-ขอจับของลับ” สาววัย 16

ข่าวล่าสุดวันนี้

จากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 11 พ.ค.63 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความเตือนภัย โดยระบุว่า ไปจ่ายค่าปรับที่โรงพักแห่งหนึ่งใน จ.กาฬสินธุ์ พร้อมกับน้องสาว แต่ระหว่างนั้นตนถูกชายแต่งกายเครื่องแบบตำรวจครึ่งท่อน และมีอาการลักษณะคล้ายคนเมา ใช้มือโอบเอวแล้วลากขึ้นไปชั้น 2 เข้าไปในห้องเสียค่าปรับ ก่อนที่จะมีการสอบถามพูดคุยกัน แล้วตำรวจได้ขอจับอวัยวะเพศ

วันนี้ (วันที่ 12 พ.ค.2563) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมชัยสุนทร ภ.จว.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่มีสื่อนำเสนอข่าว “สาวโพสต์แฉไปจ่ายค่าปรับที่โรงพักเจอ ตร.ลวนลามโอบเอว ลากเข้าห้องขอจับได้ไหม” ในพื้นที่ สภ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวได้ตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นหญิงสาวถูกจับในข้อหาไม่สวมหมวกนิรภัย และได้ไปชำระค่าปรับที่ สภ.สหัสขันธ์ พร้อมน้องสาว เมื่อช่วงเวลา 11.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา จากนั้นได้สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเสียค่าปรับ ซึ่งระหว่างพูดคุยกันที่ห้องประชาสัมพันธ์ชั้น 1 ได้มีตำรวจนายหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังว่า ร.ต.ท.อุทิศ อ่อนประสงค์ รอง สว. (ป.) สภ.สหัสขันธ์ ซึ่งกำลังทำหน้าที่สิบเวร ได้เข้ามาหาผู้เสียหาย และได้สอบถามว่ามาทำอะไร จากนั้น ร.ต.ท.อุทิศ ได้แนะนำและพาขึ้นไปเสียค่าปรับที่ชั้น 2 และขณะนั้นเป็นวันหยุด ห้องเปรียบเทียบปรับไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ ก่อนที่จะพาผู้เสียหายเข้าไปและก่อเหตุลวนลาม กอดเอวผู้เสียหาย และขอจับของสงวนของหญิงสาว

พล.ต.ต.สมนึก กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหาย รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ประกอบกับสอบถาม ร.ต.ท.อุทิศ เบื้องต้นเป็นการกระทำผิดจริง โดยจากการพูดคุยกับ ร.ต.ท.อุทิศ ยอมรับว่า ก่อนเกิดเหตุได้ดื่มสุราที่บ้านพัก และมีเพื่อนมาขอให้ไปเข้าเวรแทน ระหว่างเข้าเวรมีอาการเมาสุราก็เลยก่อเหตุ แต่อ้างว่าทำไปโดยไม่รู้ตัว อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวจะต้องถูกดำเนินการทั้งวินัยและอาญา

พล.ต.ต.สมนึก กล่าวว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และผู้บัญชาตำรวจภูธรภาค 4 มีความเป็นห่วง และสั่งการให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด หากผิดจริง โดยเบื้องต้นได้สั่งย้ายมาประจำที่ตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ และตั้งคณะกรรมสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งเมื่อหากสอบสวนปากคำพยาน รวบรวมหลักฐาน และได้ข้อเท็จจริงแล้ว ก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาและจับกุมตัว โดยเบื้องต้นข้อหา อนาจารแก่บุคคลที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งมีโทษสูงจำคุก 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท ทั้งนี้หากศาลตัดสินผิดและจำคุก ก็ต้องดำเนินการไล่ออกจากราชการต่อไป

นอกจากนี้ จะมีการตรวจสอบกรณีข้อบกพร่อง ปล่อยให้ดื่มสุราแล้วมาปฏิบัติหน้าที่ด้วย อย่างไรก็ตาม ตนในฐานะผู้บังคับบัญชาและในนามตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ทุกนาย ต้องขอโทษน้องผู้หญิงด้วยที่ตำรวจไม่ดีของเรากระทำไม่ดีในครั้งนี้

ขณะที่ นายดำ (นามสมมติ) อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นตานักเรียนหญิงชั้น ม.3 กล่าวว่า พอได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากหลานสาว ตนแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับหลานสาวของตน เพราะแต่ไหนแต่ไรมาก็ทราบดี ว่าโรงพักหรือสถานีตำรวจ เป็นที่พึ่งของประชาชน โดยเฉพาะชาวบ้านผู้เดือดร้อน และกับโรงพักแห่งนี้ก็ไม่เคยได้ยินเรื่องราวเสียหายแต่อย่างใด พอมาเกิดกับหลานสาวของตน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ตนก็อยากเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจหรือผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าว ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีของข้าราชการต่อไป.