โควิด-19 คนตายทั่วโลกทะลุ 200,000 ศพ – สหรัฐฯ เริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์

ข่าวล่าสุดวันนี้

วันนี้ (26 เม.ย.63) เว็บไซต์ ศูนย์ข้อมูลไวรัสโคโรนา ของมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮ็อปกินส์ ระบุว่า ยอดสะสมของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 2,868,539 รายแล้ว เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 25 เม.ย. 2563 ในจำนวนนี้เสียชีวิตถึง 201,502 ศพ และรักษาหายแล้ว 811,660 คน

สหรัฐฯ ยังคงเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากไวรัสมรณะตัวนี้มากที่สุดในโลก โดยยอดผู้ติดเชื้อล่าสุดอยู่ที่ 924,865 ราย เสียชีวิตถึง 53,100 ศพ อย่างไรก็ตาม หลายรัฐในสหรัฐฯ เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์แล้ว เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาด ท่ามกลางเสียงเตือนจากผู้เชี่ยวชาญว่า การผ่อนคลายมาตรการเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดการระบาดระลอก 2

รัฐบาลจอร์เจีย, โอกลาโฮมา และ อะแลสกา เริ่มผ่อนคลายข้อจำกัดการธุรกิจ เช่น ร้านทำผม, สปา และร้านค้าปลีก กลับมาเปิดทำการได้ แต่เจ้าของร้านบางคนยังลังเลไม่กล้าเปิดร้าน หรือเปิดแบบจำกัด เพราะกลัวการระบาดกลับมาใหม่

ขณะที่หลายประเทศในโลกก็เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์แล้ว ล่าสุดคือ อินเดีย ซึ่งพบผู้ติดเชื้อกว่า 25,000 ราย และเสียชีวิต 780 ศพ เริ่มอนุญาตให้เปิดร้านค้าขนาดเล็กในชุมชนตั้งแต่ร้านขายน้ำไปจนถึงร้านซิมโทรศัพท์มือถือ แต่ห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ กับร้านค้าในเมืองที่พบผู้ติดเชื้อจำนวนมากยังต้องปิดทำการต่อไป

ส่วนในเอเชีย ทางการจีนยืนยันไม่พบผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ในประเทศเป็นวันที่ 10 ติดต่อกันแล้ว ส่วนที่เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10 ราย นับเป็นวันที่ 8 ติดต่อกันที่พวกเขาพบผู้ติดเชื้อในแต่ละวันไม่เกิน 20 คน ขณะที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นวันที่ 2 แล้ว

ด้านศรีลังกากลับมาบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมงอีกครั้ง หลังจากยกเลิกไปบางส่วนก่อนหน้านี้ เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 46 รายเมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็นสถิติรายวันที่สูงที่สุดของประเทศ

ในทวีปยุโรป นอร์เวย์ขยายคำสั่งห้ามจัดงานอีเวนต์ที่มีคนเข้าร่วมมากกว่า 500 คนไปจนถึงวันที่ 1 ก.ย. ส่วนที่เบลเยียม รัฐบาลเผยแพร่การคลายล็อกดาวน์เริ่มตั้งแต่ 4 พ.ค. ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่อิตาลีจะเริ่มผ่อนคลายล็อกดาวน์ ให้คนหลายล้านคนกลับมาทำงานได้ โดยรัฐบาลแดนมักกะโรนี ย้ำเตือนให้ประชาชนอย่าละเลยการเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันไวรัสแพร่กระจายด้วย