นักวิจัย “ฮาร์วาร์ด” ชี้ต้องใช้มาตรการเข้มงวดกับประชาชน เพื่อระวัง “โควิด-19” ไปอีก 2 ปี

ข่าวล่าสุดวันนี้

วันนี้ (16 เม.ย. 2563) นักวิจัยด้านโรคติดต่อของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ออกมาระบุว่า การใช้มาตรการ Social Distancing หรือการรักษาระยะห่างทางสังคม เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ อาจต้องลากยาวไปถึงปลายปี 2565

งานวิเคราะห์ดังกล่าวตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารไซแอนซ์ โดยยึดเอาพื้นฐานจากรูปแบบของการแพร่ระบาดของไวรัสก่อนหน้านี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าโคโรนาไวรัสจะกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งในช่วงฤดูหนาว แม้ว่าจะมีความรุนแรงจะน้อยกว่าการแพร่ระบาดครั้งแรก แต่การแพร่ระบาดใหม่ก็ยังคงทำให้คนไข้ล้นโรงพยาบาล

นักวิจัยชี้ว่าเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ดังกล่าว การยืดเวลาบังคับใช้นโยบายรักษาระยะห่างทางสังคม หรือการบังคับใช้นโยบายดังกล่าวเป็นพักๆ อาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องไปหลังจากนี้อีก 2 ปี หรือจนถึงปี 2565

ทั้งนี้มีการประเมินจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในสหรัฐอเมริกาว่า การบังคับใช้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมอาจครอบคลุมเวลาตั้งแต่ 25%-75% ของเวลาทั้งหมด และแม้จะดูเหมือนว่าไวรัสได้หายไปแล้ว แต่การตรวจสอบเพื่อหาผู้ติดเชื้อเป็นวงกว้างจะยังคงต้องทำต่อไป เพราะการระบาดใหม่อาจเกิดขึ้นได้อย่างช้าที่สุดในปี 2567

ทันทีที่การแพร่ระบาดใหญ่ครั้งแรกของโควิด-19 ผ่านพ้นไป นักวิจัยได้แนะนำให้ประเทศต่างๆให้ความสำคัญกับการหาวิธีรักษาโควิด-19 พร้อมกับขยายศักยภาพในระบบการดูแลผู้ป่วยหนัก ซึ่งจะเป็นการเตรียมพร้อมให้ประเทศต่างๆ สามารถรับมือกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ได้ในอนาคต