ไทยตั้งเป้า “ตรวจโควิดให้ได้วันละ 1 แสนคน” – ไม่กลัวที่จะเจอคนติดเชื้อเพิ่ม

ข่าวล่าสุดวันนี้

วันนี้ (อังคารที่ 7 เมษายน 2563) ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระราชทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ และพระราชทานพระบรมราโชบายเพื่อเป็นแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ซึ่งเราจะทำหน้าที่ตามที่มีกระแสพระราชดำรัสมา เพื่อให้โรคที่เราเผชิญลดน้อยถอยลงไป

เมื่อถามว่า มีการตั้งคำถามตัวเลขที่ลดลง เป็นเพราะเราตรวจได้น้อย หรือมีประสิทธิภาพการตรวจลดลงหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ผู้ใหญ่หลายคนที่เป็นนักวิชาการและผู้บริหาสาธารณสุขตั้งคำถามเช่นนี้ โดยมีการวิเคราะห์ตัวเลข และเราไม่ได้เข้าข้างตัวเอง ขณะนี้มีตัวเลขสะสมการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 71,860 ราย ซึ่งยังเป็นตัวเลขที่ไม่น่าพอใจ จะต้องหาหนทางเพิ่มการตรวจให้ได้มากกว่านี้

ขณะนี้ กทม. ปริมณฑล และทั่วประเทศ ตรวจได้วันละ 2 หมื่นราย ซึ่งทำเต็มที่แล้ว เราจะพยายามเพิ่มให้ได้มากขึ้น เหมือนกับบางประเทศที่ตรวจได้แสนรายต่อวัน เราจะทำให้ได้ เราไม่กลัวที่ยิ่งตรวจเยอะแล้วจะเจอคนติดเชื้อเพิ่ม เพราะเรามีการเตรียมเตียงไว้หลายระดับ ทั้งเบาและไอซียู

เมื่อถามต่อว่ามีรายงานว่าอาคารรับรอง ที่สัตหีบ ต้องเข้าพักห้องละ 3 คน ไม่สอดคล้องกับการเว้นระยะห่าง จึงเสนอให้เหลือห้องละ 1 คน นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า การกักตัวถ้าได้ห้องละ 1 คนนั้นดีที่สุด แต่เนื่องจากสถานที่ไม่เพียงพอ จึงต้องจัดให้เป็นคู่ หรือ 3 คน และอยากให้ลองนึกภาพว่าการมาเป็นกลุ่มจะต้องใช้เจ้าหน้าที่ดูแลกี่คน และต้องเพิ่มสถานที่แบบเดียวกับสัตหีบอีกสิบแห่ง ต้องใช้คนเท่าไร ดังนั้น ความเหมาะสมเราก็คำนึง ความสะดวกสบายเราก็คำนึง แต่อดทนกันสักนิด ถ้ามาวันละ 200 คน 5 วัน 1,000 คน จะอยู่ห้องละ 1 คน มันไม่ง่าย แต่เป็นภาระหน้าที่ของพวกเราที่จะพยามดูแลรายละเอียดทุกอย่าง บางครอบครัวก็ชื่นชม ด้านดีแบบนี้ทำไมไม่เปิดเผยกันบ้าง