เรื่องจริง! รองโฆษกอัยการยอมรับ มีการสั่ง ตร. “เอาสำนวนไปตากแดด 1 ชั่วโมง-ยืนเฝ้า” ฆ่าโควิด

ข่าวล่าสุดวันนี้

วันนี้ (3 เม.ย. 2563) จากกรณีที่มีสมาชิกเฟซบุ๊กระบุถึงนโยบายของอัยการจังหวัดสงขลา โดยให้พนักงานสอบสวนที่มาส่งสำนวนให้นำสำนวนไปวางบนชั้นเพื่อตากเเดดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาส่งสำนวนเป็นผู้เฝ้า

โดยเฟซบุ๊กดังกล่าวระบุว่า
“พนักงานสอบสวนยุคโควิด…ส่งสำนวนไปอัยการ ต้องนำสำนวนไปตากแดดก่อน 1 ชม. โดยต้องนั่งเฝ้าสำนวนด้วย… #คือสงสัยว่า…ตอนตากแดดนี้ ผมต้องคอยพลิก ทั้งด้านหน้าด้านหลัง เหมือนตากปลาแห้งไหม แล้วถ้า สำนวนผมมี 100 แผ่น ผมต้องแกะออกมาตากทุกแผ่นไหม เผื่อเชื้อโควิด มันแอบอยู่ที่ หน้ากลางๆ ของสำนวน…แล้วถ้าผมขับรถ แล้วเอาสำนวนผูกไว้บนหลังคารถ ตากแดดไปพลาง ขับรถไปพลาง ไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งรออีก 1 ชั่วโมง จะได้มั้ยครับ”

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 3 เม.ย.63 นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า เรื่องไวรัสโควิดกับสำนวนการสอบสวน หรือเอกสารต่างๆ ที่เราต้องทำงานเราจะป้องกันไม่ให้ติดเชื้ออย่างไรตนจึงได้สอบถามไปยัง นพ.วิศิษฎ์ ประสิทธิศิริกุล รอง ผอ.สถาบันบำราศนราดูร ให้ความรู้เรื่องโควิด-19 กับสำนวนการสอบสวนหรือเอกสารเป็นจำนวนมากว่า เชื้อโควิด-19 จะสามารถอยู่กับพื้นผิวที่เป็นกระดาษได้ 3 วันจึงจะตาย

ฉะนั้นเมื่อส่งสำนวนสอบสวน หากอัยการรับมาก็สามารถตรวจอ่านสำนวนได้ปกติ เเต่ควรจะต้องใส่หน้ากากตลอดเวลาที่อ่านสำนวน และเมื่อเสร็จงานแล้วให้ล้างมือด้วยน้ำสบู่ก็เพียงพอ เพราะธรรมชาติของเชื้อโควิด-19 เป็นเชื้อไวรัส ที่ตายง่ายเพียงแต่มีเกราะ เป็นไขมันที่คุ้มครองอยู่

เมื่อเราล้างมือด้วยน้ำสบู่ไขมันจะถูกล้างออกไป เชื่อโควิดก็จะตายด้วย เเต่เชื้อโควิด-19 สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทาง ตา จมูก ปาก เราก็ต้องตื่นรู้ไว้เสมอว่า มือเราอาจมีเชื้อปนเปื้อน ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ ใส่หน้ากาก ไม่เอามือไปลูบหน้า สัมผัส ตา จมูก ปาก ก็ป้องกันเชื้อโควิดได้แล้ว

การเอาสำนวนหรือเอกสารไปตากแดด 1 ชั่วโมง เชื้อโควิด-19 ก็จะตายในส่วนที่โดนแดด แต่เอกสารจำนวนมากที่ทับซ้อนกันอยู่ ยังไม่สามารถตากแดดได้ทุกหน้า จึงอาจยังคงปนเปื้อนเชื้อได้ เรื่องนี้ตนสอบถามไปยังอัยการจังหวัดสงขลาเเล้ว ทราบข้อมูลมาว่า เรื่องดังกล่าวเป็นมาตรการของท่านจริง ซึ่งท่านเพิ่งย้ายมาปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา

ซึ่งเมื่อมีมาตรการออกไปทางตำรวจก็เเจ้งข้อขัดข้องดังกล่าวมา ซึ่งอัยการจังหวัดสงขลาก็พิจารณายกเลิกมาตรการดังกล่าวไป เเละหาทางเเนวทางที่จะร่วมปฏิบัติด้วยกัน

“เเต่อย่างไรก็ตามในเรื่องการป้องกันไวรัสโควิด-19 คุณหมอท่านให้เเง่คิดที่ผมเชื่อเเละนำมาปฏิบัติว่า “ถ้าความเป็นจริงเราทำมากกว่าสิ่งที่เราควรทำเราจะรอด แต่ถ้าความเป็นจริงเราทำน้อยกว่าสิ่งที่เราควรทำ เราไม่รอด ป้องกันตนเองจากโควิด ไม่รับเชื้อ ไม่แพร่เชื้อ เราจะรอดไปด้วยกัน” รองโฆษกอัยการ กล่าว