อนามัยโลกทดสอบ “ยา 4 แบบ” คาดรักษา “โควิด-19” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวล่าสุดวันนี้

วันนี้ (เสาร์ที่ 28 มีนาคม 2563) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ว่านพ.เทดรส แอดนาฮอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) กล่าวเมื่อวันศุกร์ ว่าตอนนี้ดับเบิลยูเอชโอกำลังทดสอบการใช้ยา 4 แบบ “ซึ่งมีความเป็นได้สูง” ว่าสรรพคุณของยาเหล่านั้นจะช่วยบรรเทาอาการป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับยาที่ดับเบิลยูเอชโอกำลังทดสอบ ได้แก่ 1) ยาคลอโรควิน และ 2) ยาไฮดรอกซีคลอโรควิน ซึ่งเป็นยาต้านโรคมาลาเรีย 3) ยาเรมเดซิเวียร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในยาต้านไวรัส และ 4) การใช้ยาต้านไวรัสเอชไอวี โดยใช้สูตรการผสมระหว่างยาโลพินาเวียร์กับยาริโตนาเวียร์

ปัจจุบันดับเบิลยูเอชโอกำลังทดสอบประสิทธิภาพของยาทั้ง 4 แบบกับผู้ป่วยจากโรคโควิด-19 ในนอร์เวย์และสเปน ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญกำลังศึกษาแนวทางเป็นไปได้ในการใช้ยาต้านไวรัสเอชไอวีตัวอื่น เพื่อรักษาอาการจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีวิธีการรักษาด้วยตัวยาแบบจำเพาะเจาะจง การรักษาที่ช่วยให้ผู้ป่วยคนแรกจนถึงคนปัจุบันมีอาการดีขึ้นจนสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ เป็นผลจากการที่แพทย์วินิจฉัยตามอาการ และจัดยาซึ่ง “มีความเหมาะสมที่สุด” ในการฆ่าเชื้อโรค

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอกล่าวด้วยว่า มีประเทศแสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการทดสอบประสิทธิภาพของยาทั้ง 4 แบบเพิ่มขึ้น รวมถึงสวิตเซอร์แลนด์ สเปน แคนาดา อาร์เจนตินา บาห์เรน อิหร่าน สวิตเซอร์แลนด์ และไทย

เกี่ยวกับประเด็นวัคซีนนั้น นพ.เทดรอสกล่าวว่าอาจต้องใช้เวลาอีกนาน 12 ถึง 18 เดือน โดยดับเบิลยูเอชโอทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับสถาบันสุขภาพแห่งชาติของหลายประเทศ และบริษัทเอกชนหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือบริษัทโมเดอร์นาของสหรัฐ ที่กำลังทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีน “เอ็มอาร์เอ็นเอ-1273” กับกลุ่มตัวอย่าง 45 คนในอเมริกา เมื่อกลางเดือนนี้ โดยจะมีการประเมินผลเบื้องต้นในอีก 6 สัปดาห์

อนึ่ง นพ.เทรดรอสกล่าวว่า จริงอยู่ที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ยังคงแพร่ระบาดได้ในอัตรารวดเร็วยิ่งยวด จากการมีผู้ป่วยสะสมเกือบ 600,000 คน ใน 199 ประเทศและดินแดน และเสียชีวิตแล้วมากกว่า 27,000 คน แต่การที่มีผู้ได้รับการรักษาจนหายแล้วมากกว่า 130,000 คน คือสัญญาณแห่งความหวัง ให้มนุษยชาติจับมือกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อต่อสู้กับศัตรูที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า.

เครดิตภาพ : AP, REUTERS