“คารม” ส่อทิ้ง “พรรคก้าวไกล” บอกอยากคิดอะไรโล่งๆ- พรรคใหม่สนใจ “คนอีสาน” น้อยมาก

ข่าวล่าสุดวันนี้

วันนี้ (12 มี.ค. 2563) รายงานข่าวจาก ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เปิดเผยว่า ล่าสุด นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ได้ออกจากไลน์กลุ่มของ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารการทำงานของกลุ่ม ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ไป ซึ่ง ส.ส.ที่เหลืออยู่ตั้งข้อสังเกตว่า นายคารม จะไม่ไปร่วมงานกับพรรคก้าวไกล ซึ่งเดิม ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 55 คน นัดรวมตัวจะสมัครข้าเป็นสมาชิกในวันที่ 14 มี.ค.นี้ ที่ศูนย์ประสานงาน ฝั่งธนบุรีอดีตพรรคอนาคตใหม่ โดยขณะนี้กลุ่ม ส.ส.อยู่ระหว่างการโน้มน้าวนายคารม ให้ร่วมงานกันต่อไป

ทั้งนี้ นายคารม ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนออกจากกลุ่มไลน์เพราะอยากคิดอะไรโล่งๆ และทบทวนสิ่งที่ผ่านมา โดยหลังการประชุมอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เห็นทิศทางโครงสร้างการทำงานของพรรคใหม่ว่ามีเรื่องของภาคอีสานน้อยมาก ซึ่งตนเป็นคนอีสานเห็นว่าหากแก้ปัญหาและพัฒนาภาคอีสานอย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะลดความเหลื่อมล้ำ เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาของประเทศได้มากกว่าครึ่ง เพราะภาคอีสานเป็นมีพื้นที่กว้างใหญ่ และมีประชากรเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ พรรคที่เราจะไปยังไม่ตอบโจทย์ในเรื่องนี้เท่าที่ควร ส่วนในเรื่องการปฏิรูปทหาร หรือแก้รัฐธรรมนูญ การกระจายอำนาจ ตนไปอยู่พรรคไหนก็ชูประเด็นเรื่องนี้และสามารถพูดได้อยู่แล้ว และหากครั้งนี้ตนตัดสินใจไปที่ไหนจะมาว่าตนเป็นงูเห่าไม่ได้ เพราะเวลานี้ไม่ได้สังกัดพรรคไหน และยังมีเวลาคิด ว่าการเมืองในวันข้างหน้ามันตอบโจทย์เราหรือไม่ เวลานี้ตนขอกลับต่างจังหวัดใช้เวลามองความแห้งแล้งของภาคอีสานแล้วพิจารณาก่อนว่าจะเดินไปอย่างไร และตนก็ยังไม่ทราบว่าใน 55 อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ มีคนคิดแบบตนอีกหรือไม่

“เมื่อมาถึงจุดหนึ่งก็ต้องทบทวนทิศทางที่จะเดินไป มันช่างละเลยกับคนอีสาน ที่ผ่านมาเคยอดทนมาหลายครั้งแล้ว มันใช่หรือไม่ใช่ก็ต้องถามตัวเองอีกครั้ง ผมไม่พูดไม่ได้เพราะเป็นคนอีสาน แต่พรรคที่เราจะไปไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควร” นายคารมกล่าว

นายคารม กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ที่ผ่านมาถึงไม่ได้เป็นฝ่ายกฎหมายของพรรค แต่ตนก็ปกป้องอดีตหัวหน้าและอดีตเลขาธิการพรรคมาโดยตลอด เขาให้ประท้วงในสภาเวลามีการอภิปรายก็ทำหน้าที่ประท้วงมาและต่อสู้มาไม่เคยฝ่อ วันนี้ตนก็ยังให้เกียรติทุกคน ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปไหนเพราะยังเหลือเวลาอีก 1 เดือนกว่า ในการสังกัดพรรคใหม่ ยังตอบไม่ได้ว่าวันที่ 14 มี.ค.นี้ จะไปปรากฏตัวในการสมัครเข้าพรรคก้าวไกลหรือไม่ ซึ่งหากตัดสินใจอย่างไรเชื่อว่าจะมีคนวิจารณ์เรามาก แต่ก็ยืนยันว่าสามารถตอบคำถามและมีคำอธิบายให้ประชาชนได้หมด ยังบอกไม่ได้ว่าจะไปพรรคไหน หรืออาจจะไปร่วมกับพรรคฝ่ายค้านด้วยกันก็ได้ ตนอยู่มาทั้ง นปช.และพรรคเพื่อไทย และไม่เคยทำอะไรขัดต่อความรู้สึกของตัวเอง

“ว่าที่หัวหน้าพรรคใหม่ก็เป็นคนน่ารักและมีความรู้ความสามารถ แต่การทำงานทางการเมืองเป็นคนละเรื่องกันกับหน้าตา เหมือนสามีภรรยา สามีไม่ใช่ว่าจะต้องอยู่กับภรรยาที่เป็นคนสวย แต่จะอยู่กับคนที่เข้าใจเขาและมีความเห็นอกเห็นใจกัน เพื่อสร้างครอบครัวให้แข็งแรงมั่นคง” นายคารม กล่าว