พิพากษาแล้ว ! “ครูนกเขา” บังคับให้เด็ก ป.2 อมนกเขา “จำคุก 50 ปี – ชดใช้เด็ก 9 หมื่นบาท”

ข่าวล่าสุดวันนี้

วันนี้ (พุธที่ 11 มีนาคม 2563) จากกรณีที่มีผู้ปกครองเด็กนักเรียนชายชั้น ป.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.กระบี่ 2 ราย เข้าแจ้งความ ที่ สภ.อ่าวนาง เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 61 ให้ดำเนินคดีครูผู้ช่วยเป็นครูที่สอนวิชาคณิตศาสตร์ในโรงเรียนดังกล่าว ได้กระทำอนาจารเด็กนักเรียนด้วยการให้อมอวัยวะเพศจนสำเร็จความใคร่หลายครั้ง เหตุเกิดตั้งแต่ปี 60 ทั้งในโรงเรียน และบ้านพักครู

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาสามีโดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15ปี โดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และพรากเด็กอายุไม่เกิน 15ปี ไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อกระทำอนาจาร ขณะที่ผู้ต้องหาประกันตัวสู้คดี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันนี่ ( 11 มี.ค. 63) ความคืบหน้า นายกระจ่าง โสบุตร กรรมการสถานศึกษาโรงเรียนดังกล่าว พร้อมด้วยผู้ปกครองเด็กผู้เสียหาย ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา ที่ศาลจังหวัดกระบี่ ในคดีดังกล่าว ขณะที่ทางนายกมลรัตน์ แสงแก้ว อายุ 32 ปี ครูที่ตกเป็นผู้ต้องหา พร้อมด้วยทนายความได้เดินทางมาที่ศาลเช่นเดียวกัน

โดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาตัดสินให้จำเลย คือ นายกมลรัตน์ แสงแก้ว ตำแหน่งครูผู้ช่วย มีความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากมารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 20 ปี

ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ซึ่งเป็นศิษย์อยู่ในความดูแลและฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งเป็นศิษย์อยู่ในความดูแล  เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ซึ่งเป็นศิษย์อยู่ในความดูแล ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ปอ.ม.90 จำคุกกระทงละ9 ปี 4 เดือน รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 36 ปี 16เดือน

รวมจำคุก 56 ปี 16 เดือน เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุก 50 ปี ตาม ปอ.ม.91(3) และต้องจ่ายเงินค่าสินไหมให้ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 60,000 บาท ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 30,000 บาท ขณะที่จำเลยยื่นขอประกันตัวแล้วศาลไม่อนุญาตให้ประกัน พร้อมกับควบคุมตัวเข้าเรือนจำทันที แต่จำเลยสามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งเรื่องประกันต่อศาลอุทธรณ์ได้

นายกระจ่าง เปิดเผยว่า หลังรับฟังคำตัดสินของศาลในวันนี้ ก็รู้สึกโล่งอก และพอใจในคำตัดสิน เพราะที่ผ่านมามีบางคนก็ยังไม่เชื่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งตนก็พยายามสอบถามจากเด็กผู้เสียหายเพื่อความชัดเจน จนกระทั่งเด็กยอมให้ข้อมูล ซึ่งเด็กก็ไม่ได้โกหก ขณะที่ผู้ปกครองหลังฟังคำตัดสินของศาลถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่และขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ ศาลได้นัดผู้เสียหายอีกรายมาฟังคำพิพากษาในคดีเดียวกัน แต่ต่างกรรมต่างวาระ.